Archive for the ‘การลงุทน’ Category

Valuation Matrix คำนวณหุ้นจากการปันผล

วันจันทร์, เมษายน 26th, 2010

บน Facebook ขณะนี้มีอยู่ Application หนึ่งที่สามารถคำนวณราคาหุ้นจาก วิธี Valuation Matrix ได้ด้วยซึ่งวิธีการก็ง่ายดายมากๆ สำหรับใครที่สนใจในด้านการลงทุนห้ามพลาดเด็ดขาด เข้าไปได้เลยครับที่  http://www.facebook.com/pages/hun-pnphl/351536044924?ref=ts

นอกจากของเด็ดอย่าง Valuation Matrix ที่เปิดให้ใช้กันแล้วยังมี สถิติข้อมูลย้อนหลังของบริษัทจดทะเบียนให้ดูด้วย พร้อมแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจนดั่งภาพด้านล่างนี้

สามารถดูข้อมูลของแต่ละหุ้นตามหมวดหมู่ ของกลุ่มธุรกิจได้ด้วยเ่ช่นกัน

Popularity: 1% [?]

Tags: , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ไพร่-อำมาตย์-เสรีชน

วันอังคาร, มีนาคม 30th, 2010

ในขณะที่วาทกรรมเรื่อง ไพร่-อำมาตย์ กำลังร้อนอยู่ในขณะนี้ ผมลองมาคิดดูถึงตัวเองในฐานะนักลงทุนอาชีพแบบ Value Investor ว่าเราน่าจะเป็นใคร ไพร่ หรือ อำมาตย์ หรือ อย่างอื่น

ก่อนที่จะพูดว่าเป็นไพร่หรืออำมาตย์ ผมคงต้องกำหนดนิยามเสียก่อนว่าไพร่และอำมาตย์ในความหมายของผมนั้น ไม่ได้เป็นคำนิยามตามพจนานุกรมที่อาจจะบอกว่าไพร่คือข้าทาสหรืออำมาตย์คือข้าราชการในสังคมไทยสมัยก่อน ไพร่ในความหมายของผมและดูเหมือนว่าจะเป็นความหมายของคนในสังคมจำนวนมากเห็นได้จากการใช้คำ ๆ นี้ในภาพยนต์และละครหลังข่าวกันเป็นประจำก็คือ เป็น “ชาวบ้าน” ที่ไม่มี “ตระกูล” ยากจน เป็นคน “ชั้นต่ำ” ของสังคมที่ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น ว่าที่จริงไพร่นั้นเป็นคนที่ “ถูกกดขี่” และเป็นคนที่เสียเปรียบทุกด้านในสังคม

ส่วนคำว่าอำมาตย์นั้น ว่าไปแล้ว เราก็แทบจะไม่ได้ใช้เลยในชีวิตประจำวันสมัยใหม่ แต่ถ้าตีความตามที่มีการใช้กันเป็นวาทกรรมในขณะนี้ ก็น่าจะหมายถึงคนที่เป็นคน “ชั้นสูง” ของสังคม เป็นคนที่มีสถานะทางตำแหน่งงานในราชการหรือองค์กรธุรกิจ เป็นคนที่มีอภิสิทธิ์ เป็น “ผู้กดขี่” เป็น “นาย” และเป็นผู้ที่ได้เปรียบทุกอย่างในสังคม ซึ่งในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นข้าราชการเลย

มาดูก่อนว่าเราเป็นคน “ชั้นสูง” หรือไม่? นี่เป็นเรื่องชัดเจนว่าเราไม่ใช่ เราไม่ได้เกิดในตระกูล “ผู้ดี” หรือตระกูล “นักธุรกิจร่ำรวย” ว่าที่จริงตระกูลอย่างตระกูลของผมนั้น เรานั้นมาจากชาวนายากจนที่อพยพหนีความอดอยากมาจากเมืองจีน ดังนั้น เรามี “คุณสมบัติไพร่” ข้อที่หนึ่ง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นไพร่ เพราะยังต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ มาประกอบด้วย

ในเรื่องของการเป็นผู้ “กดขี่” นั้น สิ่งที่ใช้วัดนั้น ผมมองว่าการเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าในแง่ของการสั่งการให้ทำอะไรต่าง ๆ ได้น่าจะเป็นตัววัดที่พอใช้ได้ นั่นคือ ถ้าเรามีคนที่เป็นลูกน้องหรือบริวารเช่นคนรับใช้มากคนมากชั้น ก็หมายความว่าเราอาจจะมีคุณสมบัติแบบอำมาตย์มาก ตรงกันข้าม ถ้าเรากลายเป็นลูกน้อง มีคนที่อยู่เหนือและสามารถสั่งการเรามาก แต่เราไม่มีลูกน้องหรือคนที่อยู่ใต้เราเลย นั่นแปลว่าเรามีคุณสมบัติของไพร่โดยแท้ มองในมุมนี้ ในฐานะของนักลงทุน ผมไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาเลย นอกจากนั้น ในชีวิตส่วนตัวผมก็ไม่เคยมีคนรับใช้ที่จะให้สั่งงานด้วย ดังนั้น ดูเหมือนว่าผมน่าจะอยู่ในข่ายไพร่ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่มี “นาย” ที่จะมาสั่งการอะไรผม ผมไม่มีคนที่ต้องไปพินอบพิเทาอะไรทั้งสิ้น ผมเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ผมจึงไม่เข้าข่ายหรือไม่มีคุณสมบัติไพร่ในประเด็นนี้

เรื่องของการมีอภิสิทธิ์ในสังคมนั้น ที่จริงมาจากคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างรวมกัน รวมถึงอุปนิสัยส่วนตัวของเจ้าตัวด้วย ในเรื่องนี้ ผมคิดว่าถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ ไพร่นั้น นอกจากจะไม่มีอภิสิทธิ์แล้ว ยังมักจะโดน “รอนสิทธิ์” ด้วย นั่นคือ เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะถูกจัดการด้วยกฏหมาย อย่างรุนแรงเกินกว่าปกติ ส่วนอำมาตย์นั้น คือคนที่สามารถอยู่ “เหนือกฏหมาย” เช่น อาจจะมีการละเว้นไม่ดำเนินการโดยผู้รักษากฏหมาย ถ้าจะลองนึกถึงตัวอย่างดูง่าย ๆ ในเรื่องของการถูกตำรวจจับเรื่องขับรถผิดกฏ ถ้าคุณสามารถที่จะหลุดพ้นมาได้โดยตำรวจไม่ทำอะไรนั่นก็คือ คุณมีคุณสมบัติอำมาตย์ แต่ถ้าคุณต้อง “จ่าย” ค่าปรับ นั่นก็คือ คุณเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มักจะถูกตำรวจตั้งด่านจับเป็นประจำ นั่นก็คือ คุณคงมีคุณสมบัติไพร่อยู่ไม่น้อย

อีกเรื่องหนึ่งที่พอจะนำมาวัดเรื่องสถานะของคนก็คือ เรื่องของสถานะทางสังคม เวลาที่เราบอกว่าเป็นนักลงทุนนั้น คนทั่วไปก็มักเข้าใจว่าเราไม่ได้มีอาชีพการงานหรือตำแหน่งอะไรเลย การเป็นนักลงทุนอาชีพนั้นผมคิดว่าค่อนข้างมีปัญหาพอสมควรโดยเฉพาะเวลาต้องไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนอื่น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาจะไปขอบัตรเครดิตนั้น ผมพบว่าเราไม่สามารถจะกรอกแบบฟอร์มเพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของเราได้ เพราะเราไม่มีเงินเดือน ไม่มีหน้าที่การงาน ที่จะทำให้เราดูมีเครดิตดี หรือเวลาเราไปขอวีซ่าไปต่างประเทศ เขาก็มักจะต้องขอข้อมูลคล้ายคลึงกัน ในแง่นี้ นักลงทุนดูเหมือนว่าจะมีสถานะไม่สูง

เวลาที่เรา “เติบโต” มีอายุมากขึ้นและประสบความสำเร็จในการลงทุน เปรียบเทียบไปแล้วก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเพื่อนฝูงที่ทำราชการหรือคนที่ทำงานบริษัทเอกชนหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่การยอมรับของคนในสังคมต่อนักลงทุนก็จะด้อยกว่ามาก ไม่มีใครจะเชิญนักลงทุนขึ้นไปกล่าวในงานแต่งงานหรืองานพิธี ไม่มีสถาบันการศึกษาไหนจะให้ตำแหน่งศิษย์เก่าดีเด่นกับนักลงทุนที่ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย และสำหรับนักลงทุนอาชีพหนุ่มนั้น เวลาที่จะไปขอผู้หญิงแต่งงานก็มักจะต้องเผชิญกับคำถามจากญาติฝ่ายเจ้าสาวว่า “ทำงานอะไร” เหล่านี้ทำให้นักลงทุนนั้นมีความโน้มเอียงไปในทาง “ไพร่” มากกว่าที่จะเป็นอำมาตย์

สุดท้ายก็คือเรื่องของเงิน ความรวย ความจน นี่เป็นจุดที่อาจจะทำให้ Value Investor อาชีพนั้น มีคุณสมบัติของอำมาตย์ เพราะพวกเขาจำนวนไม่น้อยมีเงินหรือความมั่งคั่งในระดับสูง บางคนเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุไม่มาก อย่างไรก็ตาม VI หลายคนที่ร่ำรวยก็ไม่ใคร่ได้ใช้เงินหรือแสดงออกถึงความร่ำรวย คราบของความเป็นอำมาตย์ก็ไม่เกิด อย่างไรก็ตามคุณสมบัติข้อนี้ทำให้ VI จำนวนมากไม่สามารถจะถูกจัดให้เป็นไพร่ได้

โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า ชีวิตของ Value Investor อาชีพนั้น มีคุณสมบัติโน้มเอียงไปในทางที่เป็นไพร่มากกว่าอำมาตย์ อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติส่วนใหญ่กลับเป็นคุณสมบัติกลาง ๆ ระหว่างไพร่กับอำมาตย์ ดังนั้น ในความเห็นของผม VI นั้นน่าจะเป็นคนที่ผมเรียกว่า “เสรีชน” มากกว่าที่จะเป็นไพร่หรืออำมาตย์ เสรีชน ในความหมายของผมก็คือ คนที่มีชีวิตอิสระไม่ขึ้นกับใคร ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ไม่ต้องการไปกดขี่หรืออยู่เหนือคนอื่น พวกเขาชอบความเป็นธรรมและความเสมอภาคกันในสังคม เขาคิดว่า นี่คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศและเศรษฐกิจเติบโตไปได้ดีที่สุดในระยะยาวซึ่งจะส่งผลถึงการลงทุนของพวกเขาด้วย

Posted by nivate at 4:21 PM in โลกในมุมมองของ Value Investor

Popularity: 1% [?]

Tags: ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

บทเรียน #1 คุณแม่ต้องขอร้องเล่นเกมเถอะลูก

วันอังคาร, มีนาคม 2nd, 2010

ช่วงหลังผมหันมาเล่นเกมบน FaceBook บ่อยขึ้นเพราะมันใช้เวลาไม่นาน ถ้าวันไหนติดหน่อยก็เข้าออกได้บ่อยครัั้ง โดยเฉพาะเกมสุดเลิฟอย่าง Country Story ที่ติดงอมแงมจน ผ.บ. ที่บ้านเคือง ด้วยคำตอบเย้ายวนกวนทีนว่า เก็บผักอยู่รอก่อน 555 ใครที่เป็นแฟน Country Story คงทราบดีกว่าขืนไม่เก็บผักให้หมดสะก่อนมีหวังโดนขโมย หรือ ถูกปล่อยให้เน่าตายแน่ๆ

ประเด็นที่ผมจะฝากไว้วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ที่คุณแม่ต้องขอร้องให้เล่นเกมมากกว่าด่าให้เลิก ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักเทคนิคการนำเอาประโยชน์จากเกมมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในยามขับขัน

บทเรียน #1 คุณแม่ต้องขอร้อง จากเกม Country Story เรื่องกำไร ขั้นต้น
(more…)

Popularity: 1% [?]

Tags: , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

วิธีหาเงินจากกองทุน SCBAUD

วันอาทิตย์, กันยายน 6th, 2009

เป็นเรื่องยากเหมือนกันนะ ที่เราจะบอกใครว่าต้องแบบนี้สิอย่างนั้นสิ ซึ่งบางทีมันก็ไม่ง่ายนะ ที่ใครจะเอาเงินหมื่นเงินแสนมาทำไรงี่เง่าไร้สาร เหมือนที่เค้าพูดกัน เว้นเสียว่าจะได้ลองและค้นพบด้วยตัวเอง

ผมไม่ได้บ้านะครับ ที่หันมาสนใจในเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้น กองทุน แค่มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเ้ข้าใจกันไปเองว่า เป็นเรื่องของคนใส่สูตรผูกไท้ และ จัดมันไว้ให้กับพวกนักธุรกิจ องค์กร หรือ บริืษัทใหญ่ แต่ดันเสือกมองข้ามตัวเองที่ทุกวันก็ต้องบริหารจัดการเงินด้วยตัวเองเหมือนกัน

ผมขอตั้งคำถามว่า คุณรู้จักใช้เงินเป็นหน่วยแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการในตลาดตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ

อย่างน้อย ป.1 ก็ต้องซื้อขนมเป็นแล้วล่ะจริงมั้ย และ บางคนรู้ด้วยว่าจะต้องเก็บเท่าไหร่เพื่อให้ได้ของเล่นที่หมายตาเอาไว้ เรารู้จักเงินมานานแล้ว ปัจจุับันเรารู้วิธีที่จะหามันจากการทำงานด้วยวิธีต่างกัน แต่ไม่เคยเรียนรู้การใช้มันออกไปทำงานบ้างแทนเรา

เงินคือเพื่อน ไม่ใช่พระเจ้า หากเราเข้าใจว่าเพื่อนของเรามีัลักษณะแบบไหน และ พาเค้าออกไปทำงานในที่ที่เหมาะสม มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอครับที่เพื่อนคนนี้จะหาเงินมาให้เราใช้บ้าง

Popularity: 3% [?]

Tags: ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

SCBSET สรุปผลกำไร ซื้อ ขาย T+3

วันศุกร์, สิงหาคม 21st, 2009

การลงทุนครั้งแรก210709-210809

สรุปผลการดำเนิืนงานหน่อยครับหลังจากได้ลองเข้าไปใน SCBSET ในช่วงขาขึ้นและลง ด้วยความสัพเพร่าและ ไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีพอ ทำให้บางช่วงต้องรับภาระขาดทุนอยู่หลายวัน ไม่สามารถทำกำไรได้ รวมถึงช่วง SCBRF ออกมาในวันที่ 17 สิงห์หาคม ไม่สามารถเข้าช้อนซื้อ SCBSET ได้ในวันเดียวกัน ทำให้รับภาระดัชนีบวกไป ด้วยความโง่ของตัวเอง

ช่วงหลังที่ผ่านมาจึงต้องส่งกำลังเข้าไปตัดยอดเฉลี่ยและทำการขายออกในช่วงวันที่ 20 ผลกำไรจึงไม่เป็นไปตามคาดหรือแค่ 2% ตามที่หวังไว้

แต่โดยรวมแล้ว 1.6 % ในเดือนนี้ขอตั้งเป็นบันทัดให้ port โตกว่านี้ ไม่งั้นจะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

Popularity: 3% [?]

Tags: , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

SCBEASY เสริมเขี้ยวเล็บดัน Widget สำหรับคนทันสมัย

วันอังคาร, กรกฎาคม 28th, 2009

scbeasy_new

อีกขั้นหนึ่งของการบริการจากธนาคาร ไทยพานิชย์  หลังจากเปิดให้ใช้บริการ Easy Internet เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนทันสมัยไปก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้มีการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับบริการอีกขั้นด้วย Widget ที่สามารถใช้บริการ

(more…)

Popularity: 4% [?]

Tags: , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

#3 เรียนรู้ ลงทุนใน SCBSET ไปด้วยกัน

วันศุกร์, กรกฎาคม 24th, 2009

จากครั้งที่แล้วผมตัดสินใจลงใน SCBRF และ ขอจิ้มใน SCBSET ด้วยเหตุผล เสี้ยน เพียงคำเดียวเพรียวๆ บังเอิญจังหวะที่ SETINDEX ของตลาดหุ้นตกลงไปนิดหน่อยเลยทำให้กองทุน SCBSET วั้นนั้นมูลค่า NAV ตกลงมา ซึ่งถึงแม้มันจะขึ้นผมก็ไม่สน ก็คนมันเสี้ยนอ่ะ
stock_wave กองทุน SCBSET

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเอาเรื่องเหมือนกันที่เข้ามาจังหวะมันลงพอดี รุ่งขึ้นเอาใหม่คอยสังเกตุตลาดหุ้นไทย ปรากฏว่ามันหัวปักอีกแล้ว โดยเฉพาะมูลค่าของ ปตท ราคาขายต่ำสุดลดลงไปถึง 7 บาทอาจเป็นด้วยราคาน้ำมัน หรือ อะไรก็แล้วแต่  กวาดสายตาไปดูในหุ้น TOP ของ SCBSET ที่ลงทุนอยู่พบว่าติดแดงเกือบหมด เลยดักจังหวะซื้อเพิ่ม เพราะดูแล้วถึงจะลงไปมากกว่านี้อีกผมก็ยิืนดีจะจ่าย โดยเฉพาะในช่วงหุ้นโตคลื่นแบบนี้

(more…)

Popularity: 3% [?]

Tags: , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

กองทุน SCBFF SCBRF ได้มา 5 บาทวันนี้ยัดอีกขอ SCBSET บ้าง

วันอังคาร, กรกฎาคม 21st, 2009

SCBSFF SCBRFF ทำงานแล้ว
วันก่อนผมลองเข้าสู่วงจรจองการลงทุนในกองทุนไปแล้วซึ่งมันก็ได้ผลครับ ผมได้คืนมา 5 บาทแล้ว และได้ลองขายส่วนหนึ่งของ SCBSFF ไปจำนวน 45,000 เงินเข้าตอนช่วง 12.00 ของอีกวันเป็นไปตามระบบครับ ทุกอย่างโอเคแล้วที่เหลือคงต้องศึกษากันต่อไปครับว่ามีอะไรให้ได้บริหารดูบ้าง และ คมความคิดที่ต้องวิเคราะห์สู้ๆครับ วันนี้โชคดีมากๆที่ผมได้ iPhone มามันช่วยได้เยอะเลยทีเดียว แต้งเจ้านายครับที่มอบสิ่งดีๆ ให้เสมอ

(more…)

Popularity: 3% [?]

Tags: , , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นออมทรัพย์ด้วยการลงทุน ไทยพาณิชย์ : SCBSFF โคตรสนุก

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 12th, 2009

ที่ต้องบอกว่ามันสนุกก็เพราะ ผมไม่มีทางขาดทุนกับกองทุนนี้แน่นอน และ ที่สำคัญไทยพาณิชย์มีระบบจัดการซื้อขาย กองทุน ที่ง่ายสุดๆในชื่อที่เรียกว่า Easy Internet แน่นอนครับว่านี่เป็นของฟรี

กองทุน SFF

ผมเลือกกองทุนของไทยพาณิชย์ด้วยเหตุผลที่ว่า
1. สามารถซื้อขาย ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ง่ายดายด้วย Easy Internet
2. พนักงานใกล้บ้านหน้าตาดี
3. ซื้อขายด้วยโทรศัพท์มือถือได้
4. โหลดหน้าเว็บด้วย Google Chrome เร็ว

โดยส่วนตัวประสบการณ์เรื่องการลงทุึนในกองทุนของธนาคารไม่มีเลยครับ นี่ถือเป็นครั้งแรกของการตัดสินใจ ซึื่งยอมรับว่ามีแป้วๆ ไปเหมือนกัน แต่ความรู้สึกนี้อยู่กับผมไม่ถึงนาทีครับเมื่อสังเกตุเห็นคุณป้าโต๊ะข้างๆ กำลังทำรายการของกองทุนที่ตัวเองซื้อไว้  ใจมันบอกเลยครับว่าเอ็งไม่เริ่มวันนี้ หรือ จะรอให้เหี่ยวเหมือนโต๊ะข้างๆก่อนค่อยคิดจะลงทุน 5555

ประสบการณ์ด้านการลงทุนผมมีอยู่บ้างครับ ส่วนใหญ่จะลงที่แชร์ในระแวกบ้านมากกว่า เรียกว่าเป็นการออมในรูปแบบหนึ่งที่มันเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่ผมเปิดไปเมือ่วานสะอีก  จึงได้ข้อสรุปให้กับตัวเองได้ว่า

ความกลัวคือศัตรู สุ้กับมันซะ

พูดถึงกองทุน SCBSFF  กันหน่อย   กองทุนนี้ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง   เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้ภาคเอกชน ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่ำมากๆ ซึ่งดูจากผลย้ัอนหลังหลายๆ ปีแนวโน้มไม่ขาดทุน ฉะนั้นไม่แปลกครับถ้าผมจะเลือกกองทุนประเภทนี้เป็นแหล่งออมทรัพย์ มากกว่าการออกแบบฝากประจำ ที่ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยที่ได้รับอีกด้วย

นโยบายการลงทุน : ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง   เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้ภาคเอกชน
สภาพคล่องสูง : ซื้อขายได้ทุกวันทำการ
ขายคืนวันนี้ รับเงินวันทำการถัดไป เวลาประมาณ 12.00 น.
ค่าธรรมเนียมซื้อขาย : ไม่มี
เงินลงทุน : มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งแรก 5,000 บาท
มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งต่อไป 1,000 บาท
ช่องทางการซื้อขาย : ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา, SCB Easy NET

วันจันทร์ที่ 13 นี้จะเป็นวันแรกที่ผมได้ถือหน่วยลงทุนก้อนนี้ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

Reblog this post [with Zemanta]

Popularity: 5% [?]

Tags: , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง